您现在的位置是:休闲 >>正文
ปภ.คุมเข้มการเผาในพื้นที่เกษตร แก้ปัญหา PM 2.5 ตั้งเป้าลดพื้นที่เผาไม่น้อยกว่า 15%
休闲3941人已围观
简介นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่ ...
ปภคุมเข้มการเผาในพื้นที่เกษตรแก้ปัญหาPMตั้งเป้าลดพื้นที่เผาไม่น้อยกว่า
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในช่วงปี 2568 - 2569 ประเทศไทยยังคงพบจุดความร้อนจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 เห็นชอบแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ ‘การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง’ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568–2570 และระยะ 5 ปีต่อไป รวมถึงมติคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568 เห็นชอบมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2569
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้ประสานทุกจังหวัดให้เฝ้าระวัง ติดตาม และประเมินสถานการณ์ที่อาจก่อให้เกิดไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมใช้กลไกการแจ้งเตือนรูปแบบต่าง ๆ เพื่อสร้างการรับรู้แก่ประชาชนให้สามารถปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย และทบทวนจัดทำแผนเผชิญเหตุให้เป็นปัจจุบัน โดยเฉพาะข้อมูลพื้นที่เสี่ยง ประชาชนกลุ่มเปราะบาง ทรัพยากร เครื่องจักรกล และการมอบหมายภารกิจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน พร้อมทั้งจัดให้มีการซักซ้อมแผนปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ โดยใช้กลไกของกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในทุกระดับ ประสานการปฏิบัติร่วมกับฝ่ายทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้สามารถสนับสนุนการแก้ไขในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และที่สำคัญเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนและประชาชน โดยอาศัยกลไกฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการกำหนดกฎ กติกา ข้อตกลงร่วมกับประชาชนในพื้นที่ เพื่อกำกับพฤติกรรมลดการเผาในที่โล่งและลดฝุ่นละออง และหากสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน หรือฝุ่น PM2.5 มีแนวโน้มรุนแรงหรือเกินค่ามาตรฐานอย่างต่อเนื่อง ให้ยกระดับการปฏิบัติอย่างเข้มข้น ทั้งการบังคับใช้กฎหมาย การจัดตั้งชุดลาดตระเวนและจุดตรวจ การดูแลผลกระทบต่อประชาชน การพิจารณามาตรการด้านสาธารณสุขและการศึกษา การสื่อสารแจ้งเตือนสถานการณ์ต่อสาธารณะอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการพิจารณาประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย เพื่อคุ้มครองสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชน
ขณะเดียวกัน การดูแลและควบคุมการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมที่ยังพบจุดความร้อนจำนวนมาก หน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผา ในพื้นที่เกษตรกรรม ปี 2568/2569 โดยมีเป้าหมายการดำเนินงานให้พื้นที่เกษตรทั่วประเทศ ลดการเผาไม่น้อยกว่าร้อยละ 15 ในพืชเศรษฐกิจหลัก ได้แก่ นาข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และอ้อยโรงงาน ที่จะต้องลดการเผาลงอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมติดตามจำนวนจุดความร้อน พื้นที่เผาไหม้ และปริมาณเศษวัสดุการเกษตรที่นำไปใช้ประโยชน์แทนการเผาอย่างใกล้ชิด โดยมี 4 มาตรการสำคัญ ได้แก่
1. การเฝ้าระวัง สร้างการรับรู้ และป้องปรามการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม โดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียมระบบ VIIRS ติดตามจุดความร้อนและพื้นที่เผาไหม้แบบเรียลไทม์ ควบคู่กับการสร้างการรับรู้ในพื้นที่ หากตรวจพบการเผาในพื้นที่เกษตรจะถูกตัดสิทธิการเข้าร่วมโครงการสนับสนุนและการช่วยเหลือจากภาครัฐ และกำหนดบทลงโทษที่ชัดเจน ตั้งแต่การเตือน ชะลอการออกเอกสารสิทธิ ไปจนถึงการสิ้นสิทธิการครอบครองที่ดิน
2. การบริหารจัดการเผาและการใช้ประโยชน์เศษวัสดุการเกษตร โดยบริหารการเผาภายใต้ระบบลงทะเบียน ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข ที่ครอบคลุมช่วงเวลา จำนวนพื้นที่ การควบคุมดูแล ขั้นตอน และผู้รับผิดชอบในการประกาศให้เกษตรกรรับทราบ ซึ่งกรณีจำเป็นต้องใช้ไฟ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะให้เกษตรกรขึ้นทะเบียนและขออนุญาตบริหารจัดการการเผาผ่านระบบ “Burn Check” ทั้งทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน เพื่อควบคุมผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ รวมถึงดันเศษวัสดุเกษตรสู่พลังงานชีวมวล และโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อลดการเผาทำลายในพื้นที่
3. การกำหนดมาตรการมิให้นำเข้าสินค้าเกษตรที่มีการเผาจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อลดปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ต้องผ่านการตรวจสอบย้อนกลับว่าปลอดการเผา เพื่อป้องกันการถ่ายโอนปัญหาฝุ่น PM2.5 ข้ามพรมแดน
4. การส่งเสริมการเกษตรเพื่อแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม โดยในปีงบประมาณ 2569 มีการจัดสรรงบประมาณกว่า 250 ล้านบาท ดำเนินโครงการส่งเสริมการเกษตรปลอดการเผา รวม 21 โครงการ ครอบคลุมการไถกลบตอซัง การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ การแปรรูปวัสดุเหลือใช้ การปลูกพืชมูลค่าสูง และการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในพื้นที่สูง
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในช่วงปี 2568 - 2569 ประเทศไทยยังคงพบจุดความร้อนจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 เห็นชอบแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ ‘การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง’ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568–2570 และระยะ 5 ปีต่อไป รวมถึงมติคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568 เห็นชอบมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2569
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้ประสานทุกจังหวัดให้เฝ้าระวัง ติดตาม และประเมินสถานการณ์ที่อาจก่อให้เกิดไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมใช้กลไกการแจ้งเตือนรูปแบบต่าง ๆ เพื่อสร้างการรับรู้แก่ประชาชนให้สามารถปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย และทบทวนจัดทำแผนเผชิญเหตุให้เป็นปัจจุบัน โดยเฉพาะข้อมูลพื้นที่เสี่ยง ประชาชนกลุ่มเปราะบาง ทรัพยากร เครื่องจักรกล และการมอบหมายภารกิจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน พร้อมทั้งจัดให้มีการซักซ้อมแผนปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ โดยใช้กลไกของกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในทุกระดับ ประสานการปฏิบัติร่วมกับฝ่ายทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้สามารถสนับสนุนการแก้ไขในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และที่สำคัญเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนและประชาชน โดยอาศัยกลไกฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการกำหนดกฎ กติกา ข้อตกลงร่วมกับประชาชนในพื้นที่ เพื่อกำกับพฤติกรรมลดการเผาในที่โล่งและลดฝุ่นละออง และหากสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน หรือฝุ่น PM2.5 มีแนวโน้มรุนแรงหรือเกินค่ามาตรฐานอย่างต่อเนื่อง ให้ยกระดับการปฏิบัติอย่างเข้มข้น ทั้งการบังคับใช้กฎหมาย การจัดตั้งชุดลาดตระเวนและจุดตรวจ การดูแลผลกระทบต่อประชาชน การพิจารณามาตรการด้านสาธารณสุขและการศึกษา การสื่อสารแจ้งเตือนสถานการณ์ต่อสาธารณะอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการพิจารณาประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย เพื่อคุ้มครองสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชน
ขณะเดียวกัน การดูแลและควบคุมการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมที่ยังพบจุดความร้อนจำนวนมาก หน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผา ในพื้นที่เกษตรกรรม ปี 2568/2569 โดยมีเป้าหมายการดำเนินงานให้พื้นที่เกษตรทั่วประเทศ ลดการเผาไม่น้อยกว่าร้อยละ 15 ในพืชเศรษฐกิจหลัก ได้แก่ นาข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และอ้อยโรงงาน ที่จะต้องลดการเผาลงอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมติดตามจำนวนจุดความร้อน พื้นที่เผาไหม้ และปริมาณเศษวัสดุการเกษตรที่นำไปใช้ประโยชน์แทนการเผาอย่างใกล้ชิด โดยมี 4 มาตรการสำคัญ ได้แก่
1. การเฝ้าระวัง สร้างการรับรู้ และป้องปรามการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม โดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียมระบบ VIIRS ติดตามจุดความร้อนและพื้นที่เผาไหม้แบบเรียลไทม์ ควบคู่กับการสร้างการรับรู้ในพื้นที่ หากตรวจพบการเผาในพื้นที่เกษตรจะถูกตัดสิทธิการเข้าร่วมโครงการสนับสนุนและการช่วยเหลือจากภาครัฐ และกำหนดบทลงโทษที่ชัดเจน ตั้งแต่การเตือน ชะลอการออกเอกสารสิทธิ ไปจนถึงการสิ้นสิทธิการครอบครองที่ดิน
2. การบริหารจัดการเผาและการใช้ประโยชน์เศษวัสดุการเกษตร โดยบริหารการเผาภายใต้ระบบลงทะเบียน ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข ที่ครอบคลุมช่วงเวลา จำนวนพื้นที่ การควบคุมดูแล ขั้นตอน และผู้รับผิดชอบในการประกาศให้เกษตรกรรับทราบ ซึ่งกรณีจำเป็นต้องใช้ไฟ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะให้เกษตรกรขึ้นทะเบียนและขออนุญาตบริหารจัดการการเผาผ่านระบบ “Burn Check” ทั้งทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน เพื่อควบคุมผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ รวมถึงดันเศษวัสดุเกษตรสู่พลังงานชีวมวล และโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อลดการเผาทำลายในพื้นที่
3. การกำหนดมาตรการมิให้นำเข้าสินค้าเกษตรที่มีการเผาจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อลดปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ต้องผ่านการตรวจสอบย้อนกลับว่าปลอดการเผา เพื่อป้องกันการถ่ายโอนปัญหาฝุ่น PM2.5 ข้ามพรมแดน
4. การส่งเสริมการเกษตรเพื่อแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม โดยในปีงบประมาณ 2569 มีการจัดสรรงบประมาณกว่า 250 ล้านบาท ดำเนินโครงการส่งเสริมการเกษตรปลอดการเผา รวม 21 โครงการ ครอบคลุมการไถกลบตอซัง การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ การแปรรูปวัสดุเหลือใช้ การปลูกพืชมูลค่าสูง และการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในพื้นที่สูง
Tags:
相关文章
英矽智能宣布与施维雅达成价值 8.88 亿美元的多年期抗肿瘤药物研发合作
休闲英矽智能Insilico Medicine)与施维雅Servier)达成了一项总金额达 8.88 亿美元的研发合作。该合作将英矽智能人工智能驱动的药物研发平台与施维雅在抗肿瘤药物研发领域的全球专业优势 ...
【休闲】
阅读更多水灵灵的好女人是什么梗
休闲农村俗语:“男怕柿子女怕梨,母猪最怕西瓜皮”是啥意思?有何...农村俗语是千百年来中国文化长河中孕育出来的一种奇特文化,它虽然难登大雅之堂,但它却深受广大农民朋友的喜爱,因为它是农民朋友,经过长期生活 ...
【休闲】
阅读更多富贵子果的吃法
休闲富贵子果的吃法-业百科富贵子果的吃法:把富贵子果实用清水洗干净后,直接食用。富贵子又名朱砂根,主要分布于广东、广西、四川、福建等地。其株高0.4至1米,叶片互生,质厚有。富贵子果子怎么吃-业百科直接食 ...
【休闲】
阅读更多
热门文章
友情链接
- 无限暖暖错位摄影三瓶花任务如何完成 任务完成攻略
- 新三国志曹操传九州烽火蜀国满分打法
- 道士精准打击,助队友攻占沙巴克!
- 狄龙复仇之夜打服詹姆斯 老詹单核已无赢球可能?
- 追梦辱骂科尔再造内乱 但这次他却把自己逼入死角?
- devcheck pro怎么测气密性
- 因发生交通事故构成犯罪 这14人终生禁驾!
- devcheck pro怎么测气密性
- 福建发改委主任孟芊:福建聚焦优势关键领域发展新质生产力
- 固液分离环保分类垃圾桶 小学生发明让环境更美丽
- 好段好句素材:有关夏天清晨的优美段落
- 古印度文明最出名的是哪些地方?
- 雷军:2025年共交付41万辆小米汽车
- 扩大文旅服务产业发展朋友圈!长宁区文旅行业党建联盟暨“虹桥文旅荟”成立
- 勇闯女巫塔魔女抽取攻略 勇闯女巫塔魔女抽取怎么避坑
- 雷军:定制服务以往是百万豪车才有的,小米想让二三十万的车主也能享受到
- 北京马协青少年马术水平等级认证在北京利恒马术俱乐部举行
- 波瑠高杉真宙官宣结婚!《我的媳夫》CP成真
- 桥野桂在《女神异闻录5》之后便不再深度参与系列创作
- 现代使用的最坚固的产品是什么?有多坚固?